เมนูหลักภาควิชาปรัชญาฯ
  หน้าหลัก
  ประวัติภาควิชา
     ประวัติ   
       ผู้ดำรงตำแหน่ง
  ข่าวสาร
       ข่าวภาควิชา  
       ข่าวรายวัน
  หลักสูตร
       ปริญญาตรี    
       ปริญญาโท
  ตารางสอน
       ภาคต้น
       ปลาย
       ฤดูร้อน
  กิจกรรม
       กิจกรรมปีนี้   
       ปีที่ผ่านมา
       ปฏิทินข่าว
  รายวิชา
       ภาคต้น        
       ภาคปลาย
  ข้อมูลนิสิต
       รายนามนิสิต
       รายงานการลงทะเบียน
       ใบรายงานผลสอบ
  ชุมชนออนไลน์
       สมุดเยี่ยม
       ห้องคุยกัน
 เว็บลิงค์ปรัชญาและศาสนา
 + เครือข่ายปรัชญาและศาสนา
 + สมาคมปรัชญาและศาสนาฯ
 + ม.มหามกุฏราชวิยาลัย
 + ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
 + จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 + มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
 + มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
 + มหาวิทยาลัยศิลปากร
 + ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.)
 + หมวดหมู่นักปรัชญา
  หนังสือพิมพ์/สื่อสารมวลชน
  ไทยรัฐ | ผู้จัดการ | เดลินิวส์
  สยามรัฐ | มติชน | กรุงเทพธุรกิจ
  ข่าวสด | คมชัดลึก | โพสต์ทูเดย์
  เดอะเนชั่น | บางกอกโพสต์
  สยามธุรกิจ | ฐานเศรษฐกิจ
  สยามกีฬา | สยามรัฐแนวหน้า
  บ้านเมือง | ข่าวประกวดราคา
  ไทยนิวส์ | ไทยทาวน์ยูเอสเอ
  กระแสหุ้น | หนังสือพิมพ์ทันหุ้น
  นสพ.ประชาชาติอิสลามออนไลน์
  ไทยเท็กซัสนิวส์ ไฮไลท์การเมือง
  เว็บลิงค์จาก sanook.com
eXTReMe Tracker


รายงานพิเศษ / หมอนไม้

บันทึกจากลูกสาว 'ธัมมจารินี' ให้โลกนี้มีธรรมเป็นมารดา

หลังจากถ่ายทอดเรื่องราวของสามเณรยุวพุทธทาสไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน สัปดาห์นี้ถึงเวลาของยุวพุทธทาสที่เป็นเด็กผู้หญิงกันบ้าง ในโครงการ 'อบรมธัมมจารินี' ธรรมสมโภช 100 ปีพุทธทาส พ.ศ.2549 ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายนที่ผ่านมา ณ ธรรมาศรม ธรรมมาตา สวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับคำว่า 'ธัมมจารินี' เป็นคำที่มีอยู่ในลิขิตของท่านพุทธทาส มีความหมายว่า "ปฏิบัติเป็นพิเศษกว่าธรรมดา, ศีล สมาธิ ปัญญา" โดยมุ่งหวังให้ยุวชนมีศีลธรรมเป็นหลักของใจ ไม่เป็นทาสของกิเลส และสามารถเติบโตเป็นวัยรุ่นที่ดี เป็นผู้ใหญ่ที่ถูกต้องต่อไป

มาดูกันว่า เด็กๆ ทั้ง 26 คนที่อยู่ตลอดโครงการจากที่สมัครมา 33 คน ได้ปฏิบัติเป็นพิเศษกว่าธรรมดากันอย่างไร และแต่ละคนเข้าถึง ศีล สมาธิ ปัญญา กันมากน้อยเพียงใด

คุณยายจิตต์ใส ผดุงรัตน์ แห่งธรรมาศรม ธรรมมาตา เล่าว่า ในตอนเริ่มต้น เด็กบางคนจะถูกคุณพ่อคุณแม่บังคับให้มาอบรม เด็กบางคนต้องอาศัยรางวัลเป็นเครื่องล่อ แต่ก็มีเด็กหลายคนตั้งใจขอคุณพ่อคุณแม่มาเอง แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่ยอมให้มา แต่ทนเสียงรบเร้าของลูกๆ ที่บอกว่าจะมาอบรมเพื่อตอบแทนพระคุณพ่อแม่ ไม่ไหวก็ต้องให้มา

"เด็กบางคนพอคุณพ่อคุณแม่และญาติๆ มาส่ง และจะฝากเงินไว้ให้ใช้ เด็กกลับบอกว่า ไม่อยากได้ตังค์ แต่อยากได้กำลังใจมากกว่า ราวกับจะออกรบปานนั้น"

แล้วก็เป็นการออกรบจริงๆ เพียงแต่เป็นการรบกับกิเลสมากมายหลายรสชาติ ที่เด็กๆ นึกไม่ถึงว่ามันคือปัญหา เป็นตัวก่อกวนให้เกิดความทุกข์มากมายในชีวิต จนเมื่อพวกเขาได้อยู่กับตัวเอง 1 เดือนเต็ม ได้เผชิญหน้ากับกิเลสชัดๆ มาดูกันว่าพวกเขาปราบมันอย่างไร โดยมี คุณยายหมอเสริมทรัพย์ ดำรงรัตน์ นำทีมยายเลี้ยง และพี่เลี้ยง ช่วยกันเป็นกำลังใจให้พวกเขาต่อสู้กับกิเลสอย่างชนิด ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

และแล้ววันที่ไม่ได้รอคอยก็มาถึง...

ด.ญ.น้ำใส ศุภวงศ์ เขียนเล่าไว้ในบันทึกว่า เริ่มแรกพ่อเสนอโครงการนี้ ฉันปฏิเสธพ่ออย่างไม่ต้องคิด... แต่เมื่อพ่อเสนอรางวัลให้ ก็เริ่มลำบากในการตัดสินใจ พ่อพยายามในการเกลี้ยกล่อมทุกวัน สาธยายถึงข้อดีที่ฉันจะได้รับ

"จนเมื่อฉันประสบกับเหตุการณ์หนึ่ง เป็นวันก่อนสอบ 1 วัน ฉันเครียดมาก เพราะอ่านหนังสือไม่ทัน เมื่อผ่านพ้นวันนั้นไปได้ ฉันไม่อยากกลับไปเครียดเหมือนวันนั้นอีกแล้ว จึงตอบตกลงพ่อที่จะมาเข้าโครงการนี้ ในตอนนั้นฉันคิดอยู่แค่ 2 เรื่อง คือ รางวัลและวิธีคลายเครียด จนลืมนึกไปถึงเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ที่จะต้องเผชิญไปเลย

"...ความจริงช่างเลวร้ายกว่าความฝันยิ่งนัก หลังไปสัมภาษณ์ฉันจึงได้รู้ว่าความเป็นอยู่ที่ธรรมาศรม ธรรมมาตานั้นหาความสะดวกสบายไม่ได้เลย เป็นเหตุให้ 1 อาทิตย์หลังเข้าโครงการฉันนอนไม่หลับและเครียดอย่างแรง

"วันแรกที่ก้าวเข้ามาถึงธรรมาศรม ธรรมมาตาแห่งนี้ ความรู้สึกแรกที่มีคือ ต้องอยู่ไม่ได้แน่ และมันก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งอาบน้ำในห้องน้ำที่มีแมลงเพียบ สวดมนต์ในห้องที่ร้อนอบอ้าว ตอนกลางคืนก็นอนในที่ที่ไม่คุ้น ทำให้นอนไม่หลับ เป็นเหตุให้ง่วงนอนในตอนเช้า เริ่มมีอาการหิวข้าว เพราะยังไม่ชินกับการกินข้าวเพียงสองมื้อ เวลาสวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรมบรรยายก็ง่วงนอน งานอาสาและงานสนามก็ทั้งร้อนและสกปรก และยัง...อื่นๆ อีกมากมาย ที่สาธยายไปก็ไม่จบ

"ถึงแม้เวลาจะผ่านไป 1 อาทิตย์ ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะเหมือนเดิม ยกเว้นความอดทนที่มีมากขึ้น (นิดหน่อย) แต่เมื่อความลำบากเก่าจางลง ความลำบากใหม่ก็เกิดขึ้น เมื่อยายหมอประกาศให้เพิ่มเวลาในการนั่งขัดสมาธิเพชร ความรู้สึกในการนั่งนั้น ทรมานอย่างบอกไม่ถูก บางครั้งก็ปวดจนยืนไม่ขึ้น บางครั้งก็ชาจนนิ้วกระดิกไม่ได้ ความทรมานทุกๆ ครั้งยังเท่าเดิม ไม่เคยลดลงเลย...

เรื่องเสียๆ มีมาก เรื่องดีๆ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน ด.ญ.น้ำใส เขียนเล่าต่อมาว่า

...กิจกรรมต่างๆ ที่คณะพี่เลี้ยงจัดขึ้น ช่วยบรรเทาทุกขเวทนาได้ดีเยี่ยม มีทั้งการวาดรูป ระบายสี เพนท์ปูนปลาสเตอร์ เพนท์เสื้อ หรือแม้กระทั่งปีนเขาเล่นน้ำตก และว่ายน้ำ... หลังจบโครงการนี้ไปแล้ว ฉันคิดว่าสิ่งหนึ่งที่จะเปลี่ยนแปลงในตัวฉันก็คือ ความอดทนในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะแมลง ตอนแรกที่มานั้น ฉันกลัวแทบแย่ แต่ตอนนี้ถึงมีเกลื่อนบนพื้น ฉันก็ยังกล้าเดินข้าม (หรือเปล่า) นอกจากนี้ ฉันคิดว่าจะพยายามมีสมาธิในการเรียนให้มากขึ้น แต่จะเป็นไปได้มากเพียงใดนั้น ก็ต้องแล้วแต่ เพราะทุกสิ่งล้วนอนิจจัง!

หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ

ส่วนน้องจูน ด.ญ.นพมาศ ทับทิมทอง โรงเรียนบ้านคลองวัว คุณพ่อคุณแม่มีอาชีพตัดยางพารา เล่าว่า พระอาจารย์เมธี จากวัดธารน้ำไหล ไปธุดงค์ที่วัดประตูใหญ่ ที่เสวียด จ.สุราษฎร์ธานี พอดีไปทำบุญกับคุณพ่อคุณแม่ ท่านบอกว่าที่สวนโมกข์มีโครงการยุวพุทธทาส ก็เลยขอคุณพ่อคุณแม่ ท่านก็ให้มา

"หนูได้เรียนหลายอย่าง ชอบสวดมนต์บทกรวดน้ำมากที่สุด และชอบนั่งสมาธิเพชร ตอนแรกยากมาก ก็หายใจเข้าลึกๆ คุณยายหมอแนะนำว่า หลวงปู่พุทธทาสบอกว่า ถ้าปวดก็ให้หายใจเข้าลึกๆ หรือท่องคำว่า ปวดหนอๆ พอจิตจดจ่อกับคำว่าปวดหนอๆ แล้วจะไม่เจ็บ และนั่งต่อได้"

ตอนนี้น้องจูนนั่งสมาธิเพชรได้ชั่วโมงกว่าแล้ว เวลานั่งน้องจูนเล่าว่า ก็กำหนดลมหายใจเข้า หายใจออก

"ระหว่างนั่งก็อนุโมทนาส่วนบุญไปเรื่อยๆ เวลามีความคิดโน่น คิดนี่เข้ามา ก็รีบหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติกลับมาอีกครั้ง กลับไปก็ตั้งใจว่าจะฝึกต่อไปเรื่อยๆ"

เมื่อถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร น้องจูนบอกว่า อยากเป็นชาวนา เพราะอยากปลูกข้าวให้คนกิน พี่เลี้ยงหลายคนก็อยากจะมีชีวิตอยู่จนถึงวันนั้น วันที่จะได้กินข้าวที่น้องจูนปลูก

น้องกาญจน์ ด.ญ.ชุติกาญจน์ ยอดเกื้อ ร.ร.ธิดาแม่พระ เล่าว่า ทางโรงเรียนแนะนำให้มา ก็เลยอยากทำบุญให้คุณพ่อคุณแม่ ตอนนั้นอยู่หอพักก็เลยโทรศัพท์หาคุณแม่ แม่บอกว่าให้มาได้ พอปิดเทอมก็มาเลย

"มาถึงวันแรก รับประทานอาหารเพล คุณยายและพี่ๆ ให้เขียนชื่อติดกับเสื้อผ้า ที่นอนมี 3 อย่างแค่ เสื่อ หมอน ผ้าห่ม หนูต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 ลุกขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน สวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม แล้วคุณยายหมอก็สอนว่ายน้ำด้วย ตอนแรกก็กลัว ยายหมอบอกให้ฝึกความกล้าหาญ ถ้าไม่กล้า จะฝึกไม่ได้ ก็ฝึกไปสามสี่วันก็ว่ายเป็นแล้ว"

เด็กทุกคนต้องรับประทานข้าวในบาตรดินด้วย น้องกาญจน์เล่าว่า ก็ชอบ แต่รับประทานยากนิดนึง สุดท้ายก็ผ่านมาได้ 1 เดือนเต็ม และดูเหมือนว่าเด็กๆ จะชอบรสชาติอาหารที่คลุกอยู่ในบาตรดินบ้างแล้ว

ร้องไห้ตั้งหลายครั้ง แต่ก็ผ่านมันไปได้

สำหรับ ด.ญ.ณภัทร ประดิษฐ์รุ่งวัฒนา อายุ 13 ปี มาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กรุงเทพฯ เขียนเล่าไว้ในบันทึกตอนหนึ่งว่า คุณพ่อคุณแม่ชวนให้มาเข้าอบรม ส่วนน้องชายทั้งสองก็ให้มาบวชสามเณร ตอนแรกๆ ก็อยากกลับบ้าน

"ฉันเคยร้องไห้หลายครั้ง พยายามร้องไห้คนเดียวมากกว่าต่อหน้าเพื่อน (เพราะอาย) หลังวันสงกรานต์ รู้สึกดีขึ้น มีความรู้สึกอยากอยู่ต่อ ทั้งได้ความรู้ ได้พักผ่อน ไปเที่ยวสวนโมกข์หลายครั้ง บางครั้งได้เจอน้อง รู้สึกดีใจมากๆ ได้ไปตามรอยท่านอาจารย์พุทธทาส คือไปวัดตระพังจิก ซึ่งเป็นสวนโมกข์เก่า ได้รับความรู้เกี่ยวกับสถานที่ กว่าจะมาเป็นถึงขนาดนี้

"ตอนอยู่ธรรมมาตา มีเรียนไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) เรียนรู้ถึงความไม่เที่ยงต่างๆ เรียนเรื่องอิทัปปัจจยตา (เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี) ได้เรียนรู้ถึงความอดทน (ขันติ) ในการทำสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะนั่งขัดสมาธิเพชร ซึ่งทรมานมาก อยู่ที่นี่ มีความสำรวมมากขึ้น เรียนรู้ชีวิตว่ามันลำบากแค่ไหน มันต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ

"หลายครั้งที่ฉันรู้สึกเหงา อยากกลับบ้าน เซ็ง เบื่อ แต่แล้วก็ผ่านมันไปได้"

ประสบการณ์ของน้องมิ้นท์ ด.ญ.รัชวรรณ แก้วนุกูลทร วัย 15 ปี จากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ก็น่าสนใจไม่น้อย น้องมิ้นท์เขียนเล่าว่า ชีวิตปิดเทอมก่อนที่จะมาที่นี่ของฉัน ใช้เวลา 24 ชั่วโมงอย่างไร้สาระมาก นอนดึก ตื่นสายมาก รวมแล้วก็หลับไปกว่าครึ่งวัน เวลาที่เหลือก็นั่งดูทีวี เล่นอินเทอร์เน็ต คุย msn กับเพื่อนๆ ฟังเพลง เล่นคอมพิวเตอร์ เพราะติดเกมออนไลน์ บางเวลาก็ทะเลาะกับพี่สาว

"...พอมาอยู่ที่นี่ตอนแรก ฉันรู้สึกใจหาย แล้วก็เหงาที่ไม่มีใคร ฉันคิดถึงบ้าน ต้องปรับตัวกับสภาพความเป็นอยู่ ต้องซักเสื้อผ้าเอง มันช่างน่าเบื่อและแสนเหนื่อย ฉันแพ้ผงซักฟอก ลงมือซักผ้าทีไร มือลอกเป็นขุยๆ ทุกที ตอนนอนก็ร้อนแสนร้อน ฉันคิดถึงแอร์กับพัดลมที่บ้านมาก...

"อยู่ๆ ไปฉันก็เริ่มปรับตัวได้ ฉันพยายามจะชิน และเป็นเพื่อนกับผงซักฟอก เริ่มชอบการซักผ้า เพราะได้คุยกับเพื่อน และชอบปักผ้า แต่ทำได้ไม่เก่งนัก เลยไม่มีผืนไหนสำเร็จสวยงามตามที่ฉันต้องการ ...งานสนามที่ต้องพบปะกับไอ้กิ้งกือ หนอน และตัวด้วงที่น่าขยะแขยง และการอดทนกับการปิดวาจา ทำให้ฉันได้เรียนรู้อยู่กับความลำบากและการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ฉันมีเพื่อนที่แสนดี มีคุณยาย คุณป้า พี่เลี้ยงที่คอยห่วงใย มันทำให้ฉันมีกำลังใจ และสู้ต่อไป..."

วันสุดท้ายที่สวดมนต์ทำวัตรเย็นก่อนอำลาจากกัน คุณยายจิตต์ใสเล่าว่า อยู่ดีๆ ไฟก็ดับ เลยต้องจุดทียนสวดมนต์กัน วันนั้นคุณยายให้ข้อคิดกับเด็กๆ ว่าขณะนี้ศีลธรรมค่อยๆ หายไปจากจิตใจของคนในสังคม เหมือนเรากำลังมืดอยู่ในขณะนี้

"เพราะฉะนั้น หนูๆ ที่มาเป็นยุวพุทธทาส ก็เหมือนกับเทียนที่จุดในที่มืด ถึงแม้จะไม่สว่างเหมือนกับแสงไฟฟ้า แต่ถ้าแสงเทียนมากขึ้นๆ ก็อาจจะมีแสงสว่างเท่ากับแสงไฟฟ้าได้เช่นกัน"

และนั่นก็คือปณิธานสำคัญที่ท่านพุทธทาส ฝากไว้ให้กับคนรุ่นหลัง คือ ศีลธรรมของยุวชน คือสันติภาพของโลก

แหล่งที่มา :  นชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่ 15 ฉบับที่ 728 วันที่ วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2549

Top

ภาควิชาปรัชญาและศาสนา  คณะมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Copyright  © 2000 -   Department of Philosophy and Religion